วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558

ถ้ำปุ่ม ถ้ำปลา ถ้ำเสาหินพญานาค

นอกจากดอยต่าง ๆ ไร่ชาและวัดสวย ๆ แบบศิลปะล้านนาแล้ว เชียงรายยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจอย่างถ้ำตามหุบเขาด้วย ถ้ำที่น่าสนใจได้แก่ ถ้ำปุ่ม ถ้ำปลา และถ้ำเสาหินพญานาค มีรายละเอียดการท่องเที่ยวดังนี้

1. ถ้ำปลา อยู่ภายในวัดถ้ำปลา ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 5 บ้านห้วยปูแกง ต.โป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ทางเข้าวัดอยู่ตรงทางแยกป้อมตำรวจ ให้เลี้ยวซ้าย ซึ่งแยกดังกล่าวจะอยู่เลยแยกทางไปดอยตุงอีกแยกหนึ่ง เข้ามาไม่ลึกมากนักก็จะถึง
ภายในวัดจะมีทั้งส่วนที่เป็นพุทธสถานให้สักการะขอพร และส่วนที่เป็นถ้ำต่าง ๆ ได้แก่ถ้ำปลาและถ้ำกู่แก้วที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน ซึ่งถ้ำปลานั้นเป็นถ้ำที่อยู่ใต้ภูเขาหินปูน มีลำธารน้ำใสไหลออกมาทางปากถ้ำ โดยต้นน้ำคือน้ำตกห้วยแล้ง ถ้ำเป็นโพรงหินกว้างประมาณ 2.5 เมตร สูงราว ๆ 1.5 เมตร และน้ำลึก 0.5 เมตร  นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปด้านในเพื่อนมัสการพระทรงเครื่อง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะพม่าที่ชาวบ้านเลื่อมใสกันมาก และชมฝูงปลานานาชนิดที่แหวกว่ายชุกชุมอยู่ในลำธาร โดยในอดีตจะมีเพียงปลาท้องถิ่นหาดูยากอย่าง ปลาพวงหิน หรือ ปลาพุง ลักษณะคล้ายปลาช่อนที่มีเกล็ดแต่เป็นสีน้ำเงินเข้ม ข้างลำตัวมีแถบสีเงินคาด ตัวยาวประมาณคืบหนึ่ง และปลาหีบไม้ แต่ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวได้นำปลาสวยงามชนิดอื่น ๆ มาปล่อยที่นี่มากมาย เช่น ปลาคาร์พ ปลาเงินปลาทอง ปลาไน ฯลฯ รวมทั้งเต่าด้วย นอกจากนี้ยังมีฝูงลิงจำนวนมากอาศัยอยู่บริเวณถ้ำ เป็นลิงสายพันธุ์เดียวกับลิงในจังหวัดกาญจนบุรี โดยลิงเหล่านี้มักจะลงมาหาอาหารจากนักท่องเที่ยวเป็นประจำ



2. ถ้ำปุ่ม อยู่ในเขตบ้านดง หมู่ที่2 ตำบลโป่งงาม ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กันกับวัดถ้ำปลา โดยถ้ำนี้อยู่บนผาสูง ทางขึ้นถ้ำเป็นบันไดไม่ชันมาก เหนือปากถ้ำมีรูปปั้นสิงห์เก่าแก่อายุกว่า 200 ปีอยู่ ภายในถ้ำมีหินงอกเป็นปุ่ม (ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์) ทำให้ได้ชื่อว่า ถ้ำปุ่ม เมื่อเดินลึกเข้าไปประมาณ 60 เมตร ทางเดินด้านขวาจะปรากฏหน้าผาสูงประมาณ 3.80 เมตร กว้างประมาณ 1.50 เมตร ผานี้มีหินย้อยอยู่เรียงรายกันราวกับสายน้ำตกสวยงามมาก และหากเดินต่อไปอีกราว 28 เมตร จะพบทางเดินแยกไปทางขวามือ ระหว่างทางมีบ่อน้ำใสที่ชาวบ้านเรียกกันว่า บ่อน้ำทิพย์ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เมตร จากนั้นเมื่อเดินได้ระยะทางราว 110 เมตรจะเจอแนวหินย้อยอีกแนวหนึ่งที่เป็นริ้วสีขาวเรียงต่อกันอย่างงดงาม สุดท้ายจะพบพระพุทธรูปตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ปลายถ้ำให้สักการะ

3. ถ้ำเสาหินพญานาค อยู่สุดปลายทางของแหล่งท่องเที่ยวถ้ำ ไม่ไกลจากวัดถ้ำปลาและถ้ำปุ่มมากนัก สามารถเดินทางไปได้ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยหากเดินไปให้เลาะไปตามขอบของอ่างเก็บน้ำทางทิศใต้ ถ้ำแห่งนี้มีลักษณะเป็นโพรงสูงขึ้นไป มีหินงอกเป็นแท่งๆ ซ้อนกันคล้ายเสาบ้าน จึงได้ชื่อว่า ถ้ำเสาหิน ถ้ำมี 3 ชั้น ภายในมีปล่องเป็นโพรงจากเพดานสูงของถ้ำลงมาด้านใน ทำให้แสงอาทิตย์ลอดเข้ามาสะท้อนกับหินงอกเป็นรูปร่างเหมือนเสา สวยงามตระการตา ในชั้นที่ 2 และ 3 จะต้องปีนป่ายผาและแง่หิน เป็นถ้ำที่เหมาะมากสำหรับนักผจญภัยที่รักความตื่นเต้นท้าทาย ควรพกอุปกรณ์ช่วยในการสำรวจถ้ำมาด้วยเพื่อความปลอดภัย
การเดินทาง: จากอำเภอแม่จันมุ่งหน้าไปทาง อ.แม่สาย ให้ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 10 แล้วเลี้ยวที่ทางแยกซ้ายมือ ณ หลักกม. 877-878 ปากทางเข้าเป็นตลาดบ้านถ้ำ มีป้ายบอกทางไปวัดถ้ำปลาอย่างชัดเจน ระยะทาง 1.5 กม. ผ่านบ้านโป่งงาม วัดถ้ำปลาอยู่สุดถนน ถ้ำปลาอยู่ทางด้านซ้ายมือ ห่างจากลานจอดรถประมาณ 100 ม.

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม: องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งงาม ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย โทร. 053-709582ต่อ 11

ดอยลังกา



ดอยลังกา
เป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำหรับเหล่าสาวกนักปีนเขาเดินรวมทั้งผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าที่ครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องไปพิชิตยอดเขาอันสูงตระหง่านของดอยลังกานี้ให้ได้ โดยดอยลังกาแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติขุนแจที่ครอบคลุมบริเวณรอยต่อของสามจังหวัดด้วยกันได้แก่ จังหวัดเชียงราย ลำปากและเชียงใหม่ โดยดอยแห่งนี้ถือเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดอยู่ในลำดับที่ 5 ของประเทศไทยโดยมีความสูงถึง 2,000 เมตร ด้วยความสูงจึงทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่กว้างขวางและวิวทิวทัศน์ที่งดงามยากจะหาที่ใดเหมือนได้ ซึ่งเป็นที่น่าจดจำของนักเดินทางที่ได้ไปเยือนยิ่งนักเพราะจะได้เก็บภาพความทรงจำและความประทับใจตลอดเส้นทางกับความงามธรรมชาติที่สร้าสรรความหลากหลายผสมผสานกันระหว่างป่าดิบเขา ป่าสนและทุ่งหญ้าบนที่ราบสูงทำให้ไม่รูสึกจำเจกับสองข้างทางที่ผ่านไปนอกจากนั้นยังจะพบดอกไม้หลกสีสันนานาพันธุ์อีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่จะมีดอกกุหลาบขาวดอยลังกาที่จะมีความงามเป็นพิเศษ บริเวณนี้ยังเป็นป่าดิบที่มีความอุดมสมบูรณ์มากอีกทั้งยังเป็นป่าที่เป็นต้นน้ำของแม่น้ำลาวอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถรับชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดท่ามกลางธรรมชาติขุนเขาที่คุ้มค่ากับการเดินทางที่ครั้งหนึ่งในชีวิตไม่ควรพลาดเลยทีเดียว
สำหรับผู้ที่สนใจเดินป่านั้นก็ได้มีเส้นทางเดินป่าไว้โดยอาจต้องใช้เวลาในการเดินป่าทั้งสิ้น 4 วัน 3คืนด้วยกัน ซึ่งเป็นเวลาที่เป็นการคุ้มค่ากับการเดินทางที่จะทำให้ไม่เหนื่อยและไม่เป็นการเร่งรีบจนเกินไป  ในการเดินป่าในอุทยานแห่งชาติขุนแจนั้นต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง และต้องเตรียมอุปกรณ์ค้างแรมมาเอง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคมเป็นช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว ผู้สนใจเดินป่าและพักค้างแรมติดต่อได้ที่อุทยานแห่งชาติขุนแจ ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 57260 โทร. 0 5316 3364, 08 4489 2173 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร. 0 2562 0760 www.dnp.go.th

( แหล่งที่มา : http://www.tourdoi.com/doi/langkaluang/general.htm )


ดอยแม่สลอง



ดอยแม่สลอง
    ดอยแม่สลองเป็นอีกหนึ่งดอยที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ที่ ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง อากาศเย็นสบายตลอดปี รายได้หลัก มาจากการปลูกชาอู่หลง ที่นี่เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านสันติคีรี ชุมชนชาวจีนที่อพยพมาตั้งแต่ พ.ศ.2504 ปัจจุบันมีชาวเขาอาศัยอยู่หลายเผ่า ความน่าสนใจของดอยสลองอยู่ที่ ความสวยงามของธรรมชาติ อากาศเย็นสดชื่น วัฒนธรรมชาวเขา และสถานที่ท่องเที่ยว
ดอยแห่งนี้เหมาะมากที่จะแวะมาท่องเที่ยวในฤดูหนาวช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ มาพักผ่อนที่นี่จะได้สัมผัสอากาศเย็นๆ ชมวิวทะเลหมอกแล้วจิบน้ำชาหอมๆ อุ่นๆ ไปพลาง จากนั้นเดินเล่นไร่ชา ทักทายชาวเขา ที่มีเครื่องแต่งกายสีสันสดใสและเครื่องเงินห้อยระย้าสวยงามเป็นเอกลักษณ์ แล้วเดินกินลมใต้ร่มนางพญาเสือโคร่งสีชมพูอมขาวที่บานสะพรั่งตลอดแนวทางขึ้นดอยแม่สลอง หรือที่รู้จักกันว่าเป็นซากุระเมืองไทยที่หาดูได้ยากมาก
แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ไร่ชาเขียวขจีลดหลั่นเป็นขั้น ที่ชิมชาฟรีและสอนวิธีชงชา ไร่ชาที่มีชื่อเสียงคือ ไร่ 101 ใกล้ที่พักคุ้มนายพล และไร่ชาวังพุฒตาล
สุสานนายพลด้วนอยู่บนเนินเหนือหมู่บ้าน แยกขึ้นไปทางด้านข้างคุ้มนายพลรีสอร์ต ประมาณ 1 กม. สุสานตกแต่งสวยงาม มีประวัติศาสตร์ให้ศึกษา และยังเป็นจุดชมวิวที่ยอดเยี่ยมทั้งชมวิวหุบเขาและชมดอกนางพญาเสือโคร่งด้วย
อนุสรณ์สถานอดีตทหารจีนคณะชาติภาคเหนือประเทศไทย เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. ค่าเข้าชม 30 บาท โทร. 0 5376 5170, 0 5376 5180
กิจกรรมแปลกใหม่ คือ ขี่ม้าชมทิวทัศน์รอบหมู่บ้านเจียงจาใส
นอกจากนี้อีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยงามมาก คือ พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี เหนือหมู่บ้านสันติคีรีไปทางเหนือ ราวๆ 4 กม.มีถนนลาดยางตัดขึ้นไปถึงพระบรมธาตุฯ แต่ถนนคดเคี้ยว ที่นี่เป็นจุดสูงสุดของเทือกเขาดอยแม่สลอง มองเห็นทิวทัศน์กว้างไกล และพระอาทิตย์ตกดิน
การเดินทางสะดวก เป็นถนนลาดยางตลอดสาย ใช้เส้นทางเชียงราย-แม่จัน 28 กิโลเมตร เลยจากอำเภอแม่จันไป 1 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไป 23 กิโลเมตร ผ่านหมู่บ้านผาเดื่อ ซึ่งเป็นจุดแวะชมและซื้อหัตถกรรมชาวเขา จากนั้นเดินทางจากบ้านอีก้อสามแยก (ทางขวาไปหมู่บ้านเทิดไทย) ตรงไปดอยแม่สลอง ระยะทาง 10 กิโลเมตร รวมระยะทางจากเชียงราย 64 กิโลเมตร และจากดอยแม่สลองมีถนนเชื่อมต่อไปถึงบ้านท่าตอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทาง 45 กิโลเมตร
ในกรณีไม่ได้ขับรถมาเองให้ขึ้นรถประจำทางจากตัวเมืองเชียงรายไปต่อรถสองแถวที่ปากทางขึ้นดอยแม่สลอง โทร. 08 1024 0813 (ค่ารถคนละ 50 บาท เหมา 400 บาท ไป-กลับ 800 บาท)

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่ ศูนย์ประสานงานนำเที่ยวชุมชุน HOMESTAY และกางเต็นท์ โทร. 0 5371 0024, 08 5038 6362 อบต. แม่สลองนอก โทร. 0 5376 5129

พระตำหนักดอยตุงและสวนแม่ฟ้าหลวง

ดอยตุง    นอกจากจะมีพระธาตุดอยตุงที่เป็นที่เลื่อมใสแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่างมาก คือ พระตำหนักดอยตุงหรือ พระตำหนักสมเด็จย่านั่นเอง ตัวสถาปัตยกรรมเป็นแบบผสมมีกลิ่นอายล้านนาและความเรียบง่าย รอบพระตำหนักรายล้อมด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ ทำให้ที่นี่สวยงามร่มรื่นย์มาก

    พระตำหนักดอยตุง ถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่เกิดโครงการพัฒนาดอยตุงฯ โดยพระราชดำรัสของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2530 พระองค์ทรงแปรพระราชฐานมาทรงงานที่นี่ และนับได้ว่าเป็น บ้านหลังแรกของพระองค์
    พระตำหนักสร้างอยู่บนเนินเขา ทำให้มองเห็นทิวทัศน์กว้างไกล ลักษณะเด่นคือ เป็นศิลปะแบบล้านนา บ้านปีกไม้ มีกาแล ผสมกับลักษณะบ้านพื้นเมืองของชาวสวิตเซอร์แลนด์ที่เรียกว่า ชาเลต์ (Swiss Chalet) มีไม้แกะสลักเป็นเชิงชายลายเมฆไหลอ่อนช้อย เน้นความเรียบง่ายแต่ใช้สอยได้อย่างครบครัน มีสองชั้นและชั้นลอย สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษคือ เพดานดาวที่มีตำแหน่งของดาวเรียงกันเหมือนเช่นในวันพระราชสมภพ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าชมห้องบรรทมและห้องทรงงานที่สงบ เรียบง่าย แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป รอบพระตำหนักตกแต่งเป็นสวนสวยงามด้วยดอกไม้หลายสายพันธุ์ บริเวณยอดเขารอบพระตำหนัก มีเจ้าหน้าที่นำชมเป็นรอบ ๆ ละ 20 นาที เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00-17.30 น. ค่าเข้าชมสำหรับบุคลทั่วไป 90 บาท ผู้สูงอายุและนักเรียนนักศึกษา 45 บาท (โปรดแสดงบัตร) บัตรเข้าชม 3 แห่ง คือ พระตำหนัก, สวนแม่ฟ้าหลวง และหอแห่งแรงบันดาลใจ ราคาสำหรับบุคลทั่วไป 190 บาท ผู้สูงอายุและนักเรียนนักศึกษา 90 บาท
    พระตำหนักดอยตุงตั้งอยู่ในเขตอำเภอแม่ฟ้าหลวง สามารถเดินทางจากตัวเมืองเชียงรายใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (เชียงราย - แม่สาย) ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร ถึงบริเวณ กม. 870-871 มีป้ายบอกทางแยกซ้ายไปพระตำหนักดอยตุงเป็นระยะทางอีก 17 กิโลเมตร หากต้องการใช้บริการรถสองแถวขึ้นดอยตุง ติดต่อ บ.ดอยตุงท่องเที่ยว โทร. 0 5366 7433 ดอยตุงลอด์จ โทร. 0 5376 7067 โดยจะเป็นรถสองแถวสีม่วง บริเวณปากทาง รถออกตั้งแต่ 07.00 น. มีรถออกทุก 20 นาที
    ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม: โครงการพัฒนาดอยตุง ต. แม่ฟ้าหลวง อ. แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

โทร / แฟ็กซ์ 0-5376-7015-7, 0-5376-7003 โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.doitung.org

วนอุทยานภูชี้ฟ้า



วนอุทยานภูชี้ฟ้า
    วนอุทยานภูชี้ฟ้าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่อิงฝั่งขวาและป่าแม่งาว ท้องที่บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ที่ 9 และบ้านร่มฟ้าไทย หมู่ที่ 10 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย สถานที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นสมรภูมิรบที่เกิดจากความขัดแย้งทางความคิดและนโยบายการบริหารการปกครองระหว่างกลุ่มคนที่จัดตั้งตนเป็นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยและเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องเข้ามาปราบปรามหลังจากมีเหตุการณ์นองเลือด แต่หลังจากเรื่องราวต่างๆได้คลี่คลายลง ความสงบสุขได้กลับคืนสู่ผืนป่าอีกครั้ง ความสวยงามของสถานที่แห่งนี้จึงได้ถูกค้นพบและบอกเล่ากล่าวขานกันเรื่อยมา
    วนอุทยานแห่งนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1200-1628 เมตร มีหน้าผาสูงที่มีแนวยื่นเข้าไปในประเทศลาว และสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น จุดนี้เองที่เป็นจุดชมวิวที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่ง อากาศบนยอดเขาแห่งนี้จะค่อนข้างเย็นแต่มีฤดูกาลเป็นลักษณะแบบมรสุมเมืองร้อน แบ่งเป็น 3 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึง ตุลาคม และฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์
    วนอุทยานแห่งนี้นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาในช่วงฤดูหนาวเพื่อที่จะได้สัมผัสอากาศที่หนาวเย็น และได้ชมความงามของดอกชงโคป่าสีขาวที่ออกดอกบานสะพรั่ง นอกจากนี้การเดินทางมาในช่วงนี้ยังจะได้สัมผัสทะเลหมอกที่เหมือนดั่งประโยคที่ว่า สายหมอกโอบกอดขุนเขาสามารถกางเต็นต์พักผ่อนได้
การเดินทาง
ภูชี้ฟ้าอยู่ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ประมาณ 144 กิโลเมตร การเดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไปยังภูชี้ฟ้าได้ตามแนวเส้นทางดังนี้
1.จากอำเภอเมืองเชียงรายไปอำเภอเทิง ผ่านสามแยกโรงเรียนภูซางวิทยาคม บ้านสบบงและสามแยกบ้านม่วงชุมแล้วเดินทางต่อไป ก็จะถึงภูชี้ฟ้า
2.ไปตามทางหลวงจังหวัดสาย 1093 ผ่านน้ำตกภูซาง ด่านบ้านฮวก
เส้นทางสายนี้เป็นทางลาดยาง 104 กิโลเมตรและทางดินลูกรัง 40 กิโลเมตร ผ่านจุดท่องเที่ยวสำคัญ 3 แห่งได้แก่ น้ำตกภูซาง (อุทยานแห่งชาติภูซาง) ด่านบ้านฮวก หมู่บ้านชายแดนไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูงดอยผาหม่น


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม: วนอุทยานภูชี้ฟ้า (หัวหน้าฯ 08 1883 4510) หรือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อ.เทิง ที่ว่าการ อ.เทิง โทร.053-795345

สามเหลี่ยมทองคำ



สามเหลี่ยมทองคำ
    ความอัศจรรย์ของสามเหลี่ยมทองคำคือ นักท่องเที่ยวจะได้ชมทั้งสามประเทศในสถานที่เดียว คือ ไทย พม่า และลาว สามเหลี่ยมทองคำอยู่ห่างจากเชียงแสนไปทางทิศเหนือ 9 กิโลเมตร ตามถนนเลียบริมแม่น้ำโขง สบรวกเป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงกั้นดินแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศลาวมาพบกับแม่น้ำรวกซึ่งกั้นดินแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศ พม่า ในอดีตนั้นสามเหลี่ยมท่องคำเป็นแหล่งค้าขายยาเสพติดขนาดใหญ่ระดับโลกด้วยความได้เปรียบทางทำเลที่ติดต่อกับหลายประเทศ  แต่ปัจจุบันได้รับการดูแลจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
     จากชมวิวนักท่องเที่ยวจะมองเห็นดินแดน ซึ่งเชื่อมดินแดน 3 ประเทศ เข้าด้วยกัน โอบล้อมด้วยลำน้ำทอดยาวสงบนิ่ง ที่สบรวกมีบริการเรือให้เช่าเพื่อเดินทางไปชมทิวทัศน์บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที และยังสามารถเช่าเรือจากสบรวกไปยังเชียงแสนและเชียงของได้ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที และ 1 ชั่วโมงครึ่ง ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีซุ้มที่สวยงามให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกโดยมีฉากหลังที่สวยงาม อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ นมัสการพระเชียงแสนสี่แผ่นดิน หรือ พระพุทธนวล้านตื้อ ประทับนั่งบนเรือแก้วกุศลธรรมขนาดใหญ่ ประดิษฐานกลางแจ้ง สร้างขึ้นด้วยทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่โดดเด่น อาบไล้ด้วยแสงอาทิตย์มีความงดงามจับตา  แล้วยังมีของที่ระลึกจำหน่ายมากมาย

    การเดินทาง: สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวขับมาได้อย่างสะดวก  โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 10  เมื่อผ่านอ. แม่จันเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1016 (แม่จัน-เชียงแสน) ระยะทาง 29 กิ โลเมตร ก่อนถึงกำแพงเมืองเกาเชียงแสนมีสี่แยกบายพาส เลี้ยวซ้ายมีป้ายบอกทางไปสามเหลี่ยมทองคำ หรือเลือก ทางตรงไปผ่านอำเภอเชียงแสน จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามถนนเลียบน้ำโขงอีก 12 กิโลเมตร ถ้าหากไม่ได้ขับรถมาสามารถใช้บริการถบัสสีเขียวสายเชียงราย เชียงแสน จากสถานีขนส่งเชียงใหม่ จากนั้นต่อรถสองแถว สายเชียงราย- สบรวก ที่หน้าตลาดเชียงแสน

ทะเลสาบเชียงแสน


       

           ทะเลสาบเชียงแสน หรือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบ่งคาย มีชื่อเสียงในหมู่นักดูนกเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของนกน้ำและนกทุ่งจำนวนมาก ในฤดูหนาวจะมีนกอพยพจากต่างถิ่นจำนวนมหาศาล รวมทั้งนกพันธุ์หายากมากมาย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีกิจกรรมให้ได้สนุกเพลิดเพลินกันทั้งครอบครัว หรือถ้าหากมากันเป็นคู่ก็โรแมนติกเหลือประมาณ ทั้งผืนน้ำ ผืนป่า และม่านหมอกในฤดูหนาว
    ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เป็นหนองน้ำเล็กๆ แต่ต่อมามีการสร้างฝ้ายกั้นน้ำทำให้น้ำล้นกลายเป็นทะเลสาบ ได้รับการดูแล ถือเป็นเขตอนุรักษ์ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทะเลสาบแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงแสนมาทางทิศใต้เพียง 5 กิโลเมตร บรรยากาศสงบ ร่มรื่น เหมาะที่จะมาพักผ่อน บริเวณรอบทะเลสาบเป็นเนินเตี้ยๆ มีรีสอร์ทให้บริการที่พัก ให้เช่าจักรยาน และเรือแคนูให้พายเล่นรับลมในทะเลสาบ นอกจากนี้ยังสามารถกางเต็นต์ค้างคืนได้ริมน้ำเพื่อตกปลา หรือรอชมภาพพระอาทิตย์ดวงโตสีแดงตกคล้อยลงไปตามเส้นขอบฟ้าตัดกับผืนน้ำ สวยงามน่าประทับใจ อีกทั้งยังมีสะพานไม้เป็นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และจุดที่โดดเด่นที่สุดคือ ได้เฝ้าดูนกทุ่งและนกน้ำนานาชนิด โบยบินไปมาเป็นฝูง จิกหาอาหารตามพื้นดิน หรือทอดตัวอยู่ในน้ำนิ่งของทะเลสาบ ที่นี่เป็นแหล่งรวมของนกเป็ดน้ำที่มีหลากสายพันธุ์และมีจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตัวอย่างนกที่พบเจอได้ที่นี่ เช่น นกโปชาดหลังขาว เป็ดดำหัวสีน้ำตาล เป็นต้น ช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่จะมาเยือนทะเลสาบเชียงแสนคือ ฤดูหนาวเมื่ออากาศเย็นสบาย มีลมมรสุมจากทางตอนเหนือของประเทศ จะมีฝูงนกมากมายบินมาอาศัยอยู่ที่นี่หลบลมหนาว เช่น เป็ดไบคาล เป็ดหัวเขียว เป็ดพม่า เป็ดปากสั้น เป็ดเทาพันธุ์อินเดีย เป็นต้น ซึ่งหลายชนิดหายากและมีสีสันสวยงาม เปิดให้บริการทุกวัน ไม่เสียค่าใช้จ่าย
    การเดินทาง: เริ่มจากสถานีขนส่งจังหวัดเชียงรายใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 เมื่อถึงทางแยกไปอำเภอเชียงแสน ระยะทาง 33 กิโลเมตร ให้เปลี่ยนเส้นทางไปทางหลวงหมายเลข 1016 อำเภอแม่จัน – อำเภอเชียงแสน ถึงกิโลเมตรที่ 27 ณ บ้านกู่เต้า เปลี่ยนไปใช้เส้นทาง ร.พ.ช. สายบ้านกู่เต้า – ดอยงาม ขับประมาณ 2 กิโลเมตรจะถึงเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย รวมระยะทางทั้งหมด จากจังหวัดเชียงราย – เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย ราวๆ 62 กิโลเมตร มีป้ายขนาดใหญ่หน้าทางเข้าสังเกตง่าย
    ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม: เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย (ทะเลสาบเชียงแสน)หมู่ 3 ตำบลโยนก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โทร.08-5716-6549